6 วิธีใช้ Loyalty Program เพิ่มยอดขายและได้ใจลูกค้าอย่างมืออาชีพ

การใช้งาน Loyalty Program เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นในปัจจุบัน แต่การจะใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ ซึ่งไม่ได้มาจากการใช้ดึงดูดลูกค้าใหม่เท่านั้น แต่อีกสิ่งสำคัญที่ทำได้ คือ การสร้างยอดขายจากความสามารถในการใช้เครื่องมือ Loyalty Program เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ พร้อมทำ CRM ดูแลรักษาความสัมพันธ์ จนกลายเป็นลูกค้าประจำที่มีความภักดีต่อแบรนด์ของธุรกิจ ด้วยวิธีต่าง ๆ พร้อมต้วอย่างไอเดียสำหรับนำไปประยุกต์ใช้จริง ต่อไปนี้

 

 

1. ความเรียบง่าย คือหัวใจของการให้บริการ

 

 

ตั้งแต่ที่เทคโนโลยีการสื่อสารเจริญก้าวหน้า การเติบโตของผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์ที่ไม่ว่าใครก็สามารถผลิตข้อมูลและสารสนเทศได้ จนเกิดเป็นสถานการณ์ข้อมูลท่วมท้น (Information Overload) ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่จะใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีในการพิจารณาและตัดสินใจว่าสนใจจะหยุดและอ่านข้อมูลต่อหรือไม่ หรือจะแค่เลื่อนผ่านสายตาไปเท่านั้น รวมถึงหลาย ๆ คนยังประสบภาวะต่าง ๆ เช่น การหมดแรง หมดไฟ (Burnout) เพราะเหนื่อยจากการใช้ชีวิตเร่งรีบ ต้องแข่งกับเวลา เป็นต้น

 

จึงเป็นความท้าทายต่อธุรกิจที่ต้องลงสนามแข่งไปเจอกับกับคู่แข่งขันทางธุรกิจ ต้องสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ที่มีปริมาณข้อมูลมากมายเหล่านี้ และยังต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคตามพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยอีกด้วย

 

แต่ทางออกของเรื่องราวทั้งหมดเหล่านี้ มีเพียงแค่การนำเสนอข้อมูลแก่ลูกค้าที่ "เรียบง่าย" เข้าไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า ให้ข้อมูลบริการ และไม่เพียงแค่ว่ามีราคาคุ้มค่า แต่พวกเขายังต้องการประสบการณ์การซื้อที่ง่ายและดี ซึ่งธุรกิจสามารถใช้เครื่องมือ Loyalty Program ควบคู่ไปกับการขายหรือให้บริการ เพื่อการทำ CRM สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า แน่นอนว่า Loyalty Program เองก็ควรมีเงื่อนไขที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และเข้าใจได้ง่าย ๆ เช่นกัน เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าในระยะยาว ตัวอย่างเช่น

 

  • บอกกติกาการร่วมโปรแกรมความภักดีอย่างง่ายและชัดเจน ด้วยการแจ้งลูกค้าโดยตรงว่า "ทำอะไร แล้วได้อะไร" เช่น ซื้อเครื่องดื่มใด ๆ ก็ได้ในร้านครบ 10 แก้ว รับฟรี 1 แก้ว หรือ ทุกการใช้จ่ายครบ 100 บาท รับพอยท์คะแนนสะสม 10 คะแนน เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับทราบสาส์นที่ธุรกิจต้องการสื่อได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้องตีความอะไรมากมาย

 

  • เลือกใช้เครื่องมือที่สะดวกทั้งลูกค้าและธุรกิจ จริง ๆ แล้วไม่มีกฎกติกาตายตัวที่จะชี้ว่าถูกหรือผิด ในการที่ธุรกิจจะใช้ช่องทางใดในการให้ลูกค้าเข้าร่วม Loyalty Program ที่ต้องการ คุณอาจจะเริ่มต้นโปรแกรมการสะสมแต้มด้วยการพิมพ์บัตรกระดาษแล้วแจกให้ลูกค้าที่หน้าร้านก็ได้ หรือธุรกิจจะบันทึกข้อมูลการให้คะแนนแก่ลูกค้าด้วยโปรแกรม Excel ก็ไม่ผิดกติกา แต่อย่าลืมว่า เมื่อเวลาผ่านไป และมีปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่องทางเหล่านี้อาจไม่สะดวกเหมือนช่วงเริ่มต้น อาจเจอเหตุการณ์ลูกค้าทำบัตรหาย หรือธุรกิจอาจกดลบข้อมูลในไฟล์ที่บันทึกไว้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ข้อมูลพอยท์ของลูกค้าหายไป

 

  • เริ่มต้นหรือเปลี่ยนมาใช้งานเครื่องมือ Loyalty Program แบบดิจิทัล เพราะในปัจจุบันมีผู้ให้บริการระบบแบบพร้อมใช้ ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย และลูกค้าก็สามารถใช้งานแบบออนไลน์ได้สะดวก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความชัดเจน และเรียบง่ายตามไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

2. ดึงดูดลูกค้าด้วยรางวัลที่มีคุณค่า น่าสนใจ

 

 

เพราะของรางวัลอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เกิดความสนใจ และเป็นตัวตัดสินของลูกค้าว่าอยากเข้าร่วม Loyalty Program ของธุรกิจหรือไม่ตั้งแต่ต้น และไม่ใช่เพียงแค่ว่า ธุรกิจมีสิ่งของหรือสินค้าอะไรอยู่ แล้วก็นำมาเป็นของรางวัลได้ หากธุรกิจไม่ได้ตั้งใจเลือก ก็อาจทำให้ไม่สามารถซื้อใจลูกค้าได้เช่นกัน และยังต้องคิดเงื่อนไขในการให้ลูกค้าร่วมกิจกรรมเพื่อรับของรางวัลอย่างสมเหตุสมผลอีกด้วย

 

ตัวอย่างเช่น ร้านเบเกอร์รี่มีเงื่อนไขการแจกคูปองส่วนลดว่า เมื่อซื้อสินค้าครบ 500 บาท จะได้รับคูปองส่วนลด 5 บาทสำหรับใช้ในครั้งถัดไป ซึ่งเทียบสัดส่วนแล้ว ลูกค้าจะได้รับส่วนลดแค่ 1% เท่านั้น ซึ่งไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลสักเท่าไร และดูเป็นการทำ Loyalty Program แบบไม่ค่อยตั้งใจ เป็นต้น

 

สำหรับแนวคิดในการเลือกของรางวัล ที่ธุรกิจจะนำมามอบให้ใน Loyalty Program นั้น ควรเลือกสรรด้วยเหตุผลและข้อที่ควรพิจารณา ตัวอย่างเช่น

 

  • สิ่งนั้นจะสร้างคุณค่าทางจิตใจให้กับลูกค้าที่มีต่อธุรกิจในระยะยาวได้หรือไม่

 

  • ของรางวัลนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่มีราคาแพงเสมอไป หากสิ่งของเหล่านั้นไม่ได้ตอบโจทย์ธุรกิจหรือตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ ก็ควรหลีกเลี่ยงการนำมาใช้

 

  • ควรเป็นของรางวัลที่ส่งเสริมกับการทำ CRM ของธุรกิจ ซึ่งจะช่วยในการรักษาความสัมพันธ์ไปด้วยได้ เช่น การให้ลูกค้านำพอยท์คะแนนที่สะสมได้ มาแลกคูปองโปรโมชั่น เพื่อนำกลับมาใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้ากับธุรกิจอีกครั้งในอนาคต เป็นต้น

 

3. เช็คให้ชัวร์ว่าของรางวัลมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ

 

บางธุรกิจอาจมีไอเดียในการสรรหาของแถมหรือของรางวัลแปลก ๆ แหวกแนว เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า แต่ของขวัญ ของรางวัลบางอย่าง ก็อาจมีความแตกต่างกับประเภทของธุรกิจเกินไป จนไม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งส่งผลให้ Loyalty Program ของธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ

 

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจคาร์แคร์ หากวันหนึ่งธุรกิจเลือกที่จะทำโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการล้างรถพร้อมเคลือบแก้ว แล้วธุรกิจจะแถมคูปองแจกฟรี ไว้แลกรับลิปสติกยี่ห้อดัง ซึ่งของรางวัลนี้อาจจะมีคุณค่าถูกใจลูกค้าบางส่วน แต่ก็จะมีลูกค้าอีกกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งหากไม่มีตัวเลือกของแถมอื่น ๆ มาทดแทนให้ ก็อาจทำให้ Loyalty Program ไม่ได้ผลดีเต็มที่เท่าที่ควรก็เป็นได้ เพราะไม่ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการกลับมาใช้บริการซ้ำ

 

ในทางกลับกัน หากธุรกิจคาร์แคร์เลือกที่จะใช้ Loyalty Program บางอย่าง เช่น ระบบสะสมแต้ม เพื่อให้ลูกค้าแลกรับของรางวัลต่าง ๆ และของรางวัลที่กำหนดเป็นตัวเลือกจากการแลกคะแนนนั้น คือ อุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับดูแลรักษารถ หรือแม้แต่รับบริการล้างรถฟรี แม้จะดูเป็นสิ่งพื้นฐาน แต่ก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และมีประโยชน์กับลูกค้าทั่วไปที่มาใช้บริการได้มากกว่า

 

4. เงื่อนไขกิจกรรม ต้องไม่ยากเกินกว่าลูกค้าจะทำจนสำเร็จได้

 


อย่าตัดทอนกำลังใจลูกค้าในการคว้ารางวัลจากโปรแกรมความภักดี ด้วยเงื่อนไขที่ยากจนเกินกว่าจะทำได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น ยอดการใช้จ่ายที่สูงเกินไป หรือจำนวนครั้งที่ต้องซื้อสินค้าหรือใช้บริการหลายสิบครั้งจึงจะได้รับรางวัลสักหนึ่งชิ้น

 

ตัวอย่าง ร้านบาร์เบอร์ตัดผมชาย หากกำหนดว่าต้องตัดผมครบ 15 ครั้ง จึงจะได้รับบริการตัดผมฟรี 1 ครั้ง ถึงแม้ว่าลูกค้าจะเป็นผู้ชายที่ตัดผมบ่อย แต่คงไม่มีใครตัดผมได้มากกว่าหนึ่งเดือนหรือสองเดือนครั้ง ดังนั้น กว่าที่ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ตัดผมฟรี อาจต้องกินเวลามากกว่า 1 ปีเลยทีเดียว หรือหากลูกค้าที่มีความภักดีจนสามารถใช้บริการจนครบตามเงื่อนไขที่กำหนดจริง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับรางวัลที่ได้แล้ว บางครั้งอาจดูน้อยเกินไปสำหรับความพยายามอันยาวนานของลูกค้า ก็เป็นอีกสิ่งที่ธุรกิจควรพิจารณาตามความเหมาะสมด้วย

 

5. สร้างความน่าสนใจด้วยรางวัลย่อยอย่างง่าย ภายใต้กิจกรรมใหญ่

 


ของรางวัลใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็อยากได้ แต่ธุรกิจอาจไม่สามารถมอบให้กับลูกค้าที่เข้าร่วม Loyalty Program ได้ทุกคน ดังนั้นจึงต้องมีการจัดของรางวัลที่หลากหลาย มีระดับการได้รับที่ง่ายและยากหลดหลั่นกันไป

 

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจร้านอาหารอิตาเลียน อาจมีรางวัลใหญ่ในสมาชิกเป็นแพ็กเกจทัวร์ประเทศอิตาลี แจกให้กับลูกค้าผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรม Loyalty Program ได้ลุ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีของรางวัลที่เล็กกว่า ตรงกับความต้องการของลูกค้า และสามารถรับได้ง่ายกว่า เป็นทางเลือกดี ๆ ให้กับลูกค้าและสมาชิกเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็น เซ็ตอาหารฟรีจากในร้าน ไวน์ชั้นเลิศ หรือแม้แต่ของรางวัลที่ไม่ใช่สิ่งของแต่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างเช่น คอร์สเรียนทำเมนูอาหารสูตรเด็ดจากทางร้าน ก็จะช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้าได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ ยังสามารถมอบความประหลาดใจ สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ในการร่วม Loyalty Program เพราะไม่ว่าใครก็ชอบเรื่องเซอร์ไพรส์ ตราบใดที่เรื่องน่าประหลาดนั้นมาพร้อมกับสิ่งดี ๆ หรือเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุขในทุกฝ่าย การใช้ Loyalty Program ก็เช่นกัน ธุรกิจสามารถสร้างแคมเปญกิจกรรมที่มอบความคุ้มค่าพร้อมความเซอร์ไพรส์ได้ ด้วยการเปลี่ยนแปลงของรางวัล อัพเดทใหม่ได้เรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาหรือเทศกาล

 

หรือหากธุรกิจมีการทำ CRM ควบคู่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ดูแลลูกค้าให้อยู่กับธุรกิจไปนาน ๆ สามารถมอบของรางวัลตามความชอบของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประจำ หรือลูกค้าเก่าที่ร่วมโปรแกรมจนได้รางวัลไปแล้ว ได้กลับมาซื้อซ้ำเพื่อลุ้นรับรางวัลใหม่ ๆ ที่ตรงใจ ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างไม่มีเบื่อ

 

6. ทำให้ลูกค้าร่วมกิจกรรมอย่างสะดวก ด้วยเครื่องมือ Loyalty Program ดิจิทัลแบบมืออาชีพ

 


หากจะบอกว่า บัตรกระดาษ ที่เคยใช้เป็นสื่อกลางในการสะสมแต้ม บัตรที่บ่งบอกการเป็นสมาชิก หรือคูปองลดราคาแบบกระดาษต่าง ๆ กำลังเลือนหายและค่อย ๆ ถูกลดการใช้งานก็คงไม่ผิดนัก เพราะไม่ว่าคุณจะเข้าห้างร้านต่าง ๆ หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ก็สามารถรับสิทธิพิเศษ โปรโมชั่น หรือส่วนลดในการซื้อสินค้าและใช้บริการเพียงแค่กดหรือบอกเบอร์โทรศัพท์กับพนักงานได้เลย

 

และปัจจุบันการใช้งานเครื่องมือ Loyalty Program รูปแบบดิจิทัล ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัวอีกต่อไป แค่ใช้ PointSpot ระบบบัตรสมาชิกสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร ก็พร้อมให้ทุกธุรกิจบริหารจัดการกิจกรรมและของรางวัลในโปรแกรมความภักดีผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยตัวเองอย่างมืออาชีพ มาพร้อมจุดเด่นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น

 

  • ใช้งานง่าย ธุรกิจตั้งค่าต่าง ๆ ผ่าน Browser เหมือนใช้เว็บไซต์ทั่วไป ทางฝั่งลูกค้าก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แค่แจ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือและรับลิงก์ดูรายละเอียดผ่าน SMS ได้เลย โดยไม่ต้องลงแอป

 

  • ฟังก์ชันครบ คุ้มค่า รวมทุกเครื่องมือที่ช่วยสร้างกิจกรรมเพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำ และเร่งการซื้อให้บ่อยขึ้น ทั้งระบบบัตรสมาชิก ระบบสะสมแต้มแลกของรางวัล บัตรกำนัล และคูปองโปรโมชั่นหลากหลายชนิด ช่วยกระตุ้นยอดขาย ทำโปรโมชั่นได้หลากหลาย ทั้งสะสมแต้ม ลด แลก แจก แถม ก็ทำได้ครบ

 

  • มีรายงานสำคัญ ที่นำข้อมูลการใช้งาน ยอดขาย และพฤติกรรมการใช้งานของสมาชิก นำไปวิเคราะห์และแสดงผลเป็นรายงานสถิติที่เข้าใจง่าย ช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้จักและเข้าใจลูกค้าในเชิงลึก สู่การต่อยอดแผนงานด้านการทำ CRM และกิจกรรมทางการตลาดที่ดีและตรงต่อความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

 

  • ที่สำคัญคือ ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะธุรกิจไม่ต้องลงทุนลงแรงพัฒนา Loyalty Program ดิจิทัลเอง เพียงแค่คลิกแบนเนอร์ด้านล่างนี้ ก็สามารถสมัครและใช้งานฟรีเลยทันที ก้าวสู่เส้นทางสร้างความภักดีที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ธุรกิจของคุณอย่างมืออาชีพไปกับเราได้เลย

 

สมัครใช้งานฟรี! PointSpot ระบบบัตรสมาชิกสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร

หากต้องการระบบดิจิทัลสำหรับทำ Loyalty Program แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการสมัครใช้งาน PointSpot ซึ่งยังมีฟีเจอร์สะสมแต้ม คูปองโปรโมชั่น บัตรสมาชิกดิจิทัล และ Loyalty Program อื่น ๆ

PointSpot ระบบบัตรสมาชิกสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร เพิ่มยอดขาย เพิ่มลูกค้าประจำ ด้วย Loyalty Program และคูปองโปรโมชั่น ใช้งานง่าย ไม่ต้องพกบัตร ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัลในการทำ CRM ช่วยสร้างการซื้อซ้ำ และจดจำแบรนด์

Updated: 20 May 2021 | Produced by: Ploynaphat Wattanachodjirachai