How to เรียกลูกค้าให้มาเข้าร่วม Loyalty Program มากขึ้น

สำหรับธุรกิจที่เลือกใช้เครื่องมือ Loyalty Program เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเสร็จสิ้นการทำงานเลย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โปรแกรมความภักดีไม่ล้มเหลว ก็คือ การเชิญลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรมให้ได้มาก และเป็นการดึงดูดลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำหรือใช้งานอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นลูกค้าประจำ ซึ่งการรักษาลูกค้าอาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเหมือนการเลือกให้ของรางวัลหรือการสร้างโปรโมชันลดราคา แต่อย่างไรก็ตามมีเทคนิคที่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับกิจกรรม Loyalty Program กับแบรนด์ธุรกิจของคุณได้ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นประเภทใด มีขนาดใหญ่ที่เปิดมานานหรือว่าเพิ่งเริ่มต้น ก็สามารถทำตามกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ได้เลย

 

 

1. สร้างแรงจูงใจและทำให้การสมัคร Loyalty Program เป็นเรื่องง่าย

 

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นสิ่งขับเคลื่อนให้หลาย ๆ สิ่งในชีวิตสะดวกสบายและง่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบให้พฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว ไม่อยากต้องรอคอยอะไรนาน ๆ และการที่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกรวมถึงโอกาสที่จะไปเลือกซื้อ เลือกใช้ สินค้าและบริการจากธุรกิจคู่แข่งขันที่ความคล้ายคลึงกับที่ต้องการได้โดยง่าย ดังนั้น ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเน้นการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นหลักก็ตาม หากต้องการดึงดูดลูกค้าให้มีความภักดีต่อธุรกิจ ด้วยการใช้เครื่องมือ Loyalty Program ส่งเสริมให้ลูกค้าเกิดการกลับมาซื้อซ้ำจะกลายเป็นลูกค้าประจำแล้ว สิ่งแรกที่ต้องคำนึงคือ การทำให้ลูกค้าอยากเข้าร่วมโปรแกรมความภักดี และสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยง่ายที่สุด

 

โดยธุรกิจสามารถเริ่มต้นได้จาก การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมความภักดีอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็น การแจกคูปองโปรโมชัน คูปองส่วนลดสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของร้านค้า มีกิจกรรมสะสมแต้มแลกของรางวัล หรือมีบัตรกำนัลราคาพิเศษจำหน่าย ฯลฯ ซึ่งในกรณีที่ธุรกิจมีหน้าร้าน ก็สามารถติดป้ายประกาศประชาสัมพันธ์กิจกรรมและโปรโมชันต่าง ๆ ที่ลูกค้าจะได้รับจากการเข้าร่วม Loyalty Program อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น การติดป้ายแสดงราคาสินค้าที่มีส่วนลด สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของธุรกิจ หรือการซื้อสินค้าครบ 10 ชิ้น แถมฟรี 1 ชิ้นทันที เป็นต้น รวมถึงหากมีการขายสินค้าเหล่านี้บนช่องทางออนไลน์ ก็สามารถประกาศข้อมูลนี้บนหน้าเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ หรือโพสต์บน Social Media ต่าง ๆ ได้

 

 

ตลอดจนเพิ่มความสะดวกในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการแปลงลิงก์สำหรับดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือกดสมัครในระบบแบบออนไลน์ ให้แสดงผลในรูปแบบ QR Code ซึ่งปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการสร้าง QR Code ได้ง่ายและฟรีมากมาย หรือหากคุณใช้เครื่องมือ Loyalty Program แบบออนไลน์ เช่น PointSpot ระบบบัตรสมาชิกสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร และคูปองโปรโมชั่น จะมีฟีเจอร์ "โปสเตอร์ธุรกิจ" ซึ่งมีทั้งข้อมูลประชาสัมพันธ์กิจกรรมในโปรแกรมความภักดี พร้อมแสดงผล QR Code อัตโนมัติ อำนวยความสะดวกให้ธุรกิจสามารถนำไปใช้ได้ทันที เป็นต้น ซึ่งธุรกิจสามารถพิมพ์ป้าย QR Code นำไปติดในบริเวณร้าน เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจใช้โทรศัพท์มือถือสแกนและกดเข้าร่วมได้เลยทันที และแน่นอนว่าสามารถนำ QR Code นี้ไปโปรโมตบนช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้เช่นกัน 

 

 

และหลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจสมัครเข้าร่วม Loyalty Program แล้ว ไม่ว่าธุรกิจจะเลือกใช้ Loyalty Program แบบดั้งเดิม ด้วยการให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มสมัครแล้วรับบัตรสะสมแต้มหรือบัตรสมาชิกรูปแบบกระดาษ หรือจะใช้เครื่องมือ Loyalty Program แบบออนไลน์ก็ตาม ต้องระมัดระวังสิ่งที่จะเป็นภาระแก่ลูกค้าในการสมัคร เช่น ขั้นตอนการกรอกฟอร์มสมัครที่ยุ่งยาก ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวที่มากเกินความจำเป็น รวมถึงการรออนุมัติสิทธิ์และการตอบกลับที่ล่าช้าด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไม่อยากสมัครได้

 

 

 

นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะดึงดูดลูกค้าให้เกิดความประทับใจมากขึ้น เช่น การมอบสิทธิ์การเข้าร่วม Loyalty Program ให้ลูกค้าได้รับตั้งแต่การซื้อหรือใช้บริการครั้งแรก เพื่อให้ลูกค้าไม่พลาดสิทธิประโยชน์พิเศษที่ตนเองสนใจ เช่น คะแนนจากการซื้อนำไปใช้ในการสะสมแต้ม หรือส่วนลดที่ลูกค้าต้องการ เป็นต้น หรือคุณอาจมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าเข้าสู่ Loyalty Program อย่างเป็นทางการ เช่น ในระบบ PointSpot จะมีฟีเจอร์พอยท์ต้อนรับ และคูปองต้อนรับ สำหรับให้ธุรกิจตั้งค่าการแจกพอยท์พิเศษ รวมถึงคูปองโปรโมชั่น หรือคูปองส่วนลด แก่ลูกค้าที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบ PointSpot ของธุรกิจ โดยจะได้รับสิทธิ์เหล่านี้อัตโนมัติหลังจากที่สมัครทันที ซึ่งวิธีและเครื่องมือเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนการเริ่มต้นจากการทำธุรกรรม ให้ไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและลูกค้าให้เป็นไปในทิศทางที่ดีได้

 

 

2. ใช้พลังความรู้สึกด้านจิตวิทยา ดึงดูดลูกค้าให้ไม่อยากพลาดกิจกรรม

 

 

จากสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ธุรกิจเป็นผู้กำหนดขึ้น หลังจากที่ทำการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาสมัครตามวิธีในข้อที่ 1 แล้ว สามารถเพิ่มเติมด้วยการใช้จิตวิทยาในการกระตุ้นลูกค้า ตามหลักการที่ชื่อว่า Fear Of Missing Out (FOMO) หรือความกลัวที่จะพลาดสิ่งต่าง ๆ เช่น โอกาส สิทธิพิเศษ กลัวการตกข่าว หรือกระแสความนิยมต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับใน Loyalty Program ก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์ ส่วนลด หรือกลยุทธ์บัตรสมาชิกแบบ VIP เข้ามาช่วยเสริมบรรยากาศแบบ FOMO ให้กับผู้บริโภคภายนอกที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้พวกเขาปรารถนาและกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมมากยิ่งขึ้น โดยธุรกิจสามารถแนะนำสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการเข้าร่วม Loyalty Program เช่น ลูกค้าที่เป็นสมาชิกจะสามารถรับบริการจากทางร้านได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อคิว บริการส่งสินค้าฟรีสำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมสะสมแต้ม หรือรับของขวัญพิเศษในโอกาสพิเศษอย่าง เดือนเกิด หรือวันครบรอบการเป็นสมาชิก หรือหากมีกิจกรรมพิเศษจากธุรกิจ เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่ การจัดเวิร์กช็อป ก็จะได้รับเชิญก่อนใคร เป็นต้น ซึ่งเมื่อมีการโปรโมตกิจกรรมเหล่านี้ให้ลูกค้ารับทราบ ก็จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาร่วมได้มากขึ้น

 

3. อย่าลืม ส่งข้อมูลแจ้งเตือนบ้าง เพื่อไม่ให้ลูกค้าห่างเหิน

 

 

เพราะลูกค้าที่มาเยือนธุรกิจและเข้าร่วมกิจกรรม Loyalty Program แล้ว อาจมีการลืมเลือนหรือไม่มีโอกาสเหมาะ ๆ ในการกลับมาซื้อซ้ำ ธุรกิจจึงอาจต้องเป็นผู้ที่ทำการส่งสาส์นต่าง ๆ ไปให้ลูกค้าก่อน ด้วยการใช้ช่องทางต่าง ๆ ในการติดต่อลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการประกาศบน Social Media การส่งอีเมล หรือหากต้องการให้แจ้งเตือนถึงมือลูกค้าเป็นรายบุคคลโดยตรง ก็สามารถส่ง SMS ให้ลูกค้าโดยตรงได้ โดยในระบบ PointSpot มีฟีเจอร์สำหรับ บรอดแคสต์ข้อความ (Broadcast Message) ให้ธุรกิจส่ง SMS ไปให้ลูกค้าในโอกาสต่าง ๆ หรือเพื่อกระตุ้นและดึงดูดลูกค้าให้ไม่ลืมธุรกิจได้ด้วย เช่น การตรวจสอบยอดการสะสมแต้มของลูกค้าที่มีในระบบ แล้วอาจส่งข้อความแจ้งว่า หากลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าและสะสมแต้มอีกไม่กี่คะแนนก็จะสามารถแลกของรางวัลจากทางร้านได้ ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นจนกลายเป็นลูกค้าประจำของธุรกิจ

 

4. มีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำ ดึงดูดลูกค้าให้มีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

 

แม้ลูกค้าจะร่วมโปรแกรมความภักดีของธุรกิจเพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ที่ต้องการเป็นหลัก แต่ระหว่างทางที่ลูกค้าสะสมยอดซื้อหรือคะแนนอยู่นั้น ธุรกิจอาจมีการจัดแคมเปญกิจกรรมระยะสั้นและมีกติกาง่าย ๆ ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุก ซึ่งอาจอยู่นอกเงื่อนไขของการทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าก็ได้ เช่น การเล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับแบรนด์ การจัดกิจกรรมให้ลูกค้าโพสต์เกี่ยวกับความประทับใจสินค้าที่เคยซื้อหรือบริการที่เคยใช้ หรือให้ลูกค้าแนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาสมัครเป็นสมาชิกของธุรกิจ เพื่อรับของสมนาคุณต่าง ๆ อย่างเช่นในระบบ PointSpot จะมีฟีเจอร์ เพื่อนชวนเพื่อน (Friend Get Friends) ที่ทั้งสมาชิกปัจจุบันที่เป็นผู้เชิญและเพื่อนที่ถูกเชิญเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของธุรกิจ จะได้รับรางวัลเป็นพอยท์คะแนนสะสมพิเศษตามที่ธุรกิจกำหนดจำนวนไว้ให้อัตโนมัติ ที่สำคัญ สามารถชวนเพื่อนได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะส่งลิงก์ข้อความเชิญผ่านแอพพลิเคชันแชตต่าง ๆ หรืvจะส่ง QR Code ให้เพื่อนสแกนโดยตรง ก็ทำได้อย่างสะดวก รับพอยท์คะแนนบวกเพิ่มได้ทั้งผู้เชิญและเพื่อนทันที เป็นต้น

 

 

5. ใช้เครื่องมือ Loyalty Program ออนไลน์ ให้ลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรมได้จากทุกที่ ทุกเวลา

 

แม้ว่าเครื่องมือสำหรับโปรแกรมความภักดีที่ธุรกิจอาจคิดว่าจะเริ่มต้นใช้ได้ง่าย ๆ เช่น บัตรสะสมแต้มแบบกระดาษ หรือแจกบัตรสมาชิกแบบพลาสติกให้กับลูกค้า เป็นต้น จะเป็นสิ่งที่ใช้แจกลูกค้าที่มาอุดหนุนธุรกิจได้ แต่ด้วยขีดจำกัดหลาย ๆ อย่าง ทั้งด้านเวลาและระยะทาง รวมถึงสถานการณ์การเกิดโรคระบาด ที่อาจทำให้ลูกค้าไม่สะดวกในการเดินทางมาที่หน้าร้าน ก็อาจเป็นอุปสรรคทำให้การร่วมกิจกรรม Loyalty Program ของลูกค้าในธุรกิจของคุณเกิดการติดขัดได้ และด้วยเครื่องมือ Loyalty Program แบบออนไลน์ จะทลายข้อจำกัดเหล่านี้ได้ และยังเป็นทางเลือกที่สะดวกและคุ้มค่าสำหรับธุรกิจ ที่ไม่เพียงแค่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้มากขึ้น ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างจริงจังอีกด้วย

 

เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสมัคร ที่ไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อสินค้าที่หน้าร้าน หรือเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ก็สามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรมได้จากทุกที่ ตลอดจนการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ การเล่นเกม หรือการแลกรับของรางวัล ก็สามารถทำผ่านแอปหรือลิงก์แบบออนไลน์ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมกิจกรรมทุกอย่างระหว่างลูกค้าและธุรกิจได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่น PointSpot ระบบบัตรสมาชิกสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร และคูปองโปรโมชั่น ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าโดยใช้เบอร์โทรศัพท์เป็นหลัก ตั้งแต่การสมัครเข้าร่วมใช้งานเป็นสมาชิกของธุรกิจในระบบ PointSpot และการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ใน Loyalty Program ทั้งการสะสมแต้ม การใช้แต้มแลกของรางวัล การใช้งานบัตรสมาชิก การรับและใช้คูปองต่าง ๆ รวมถึงบัตรกำนัล ก็สามารถใช้งานผ่านลิงก์ธุรกิจได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชันใด ๆ ให้ยุ่งยาก จึงยิ่งเป็นการสร้างโอกาสที่ลูกค้าใหม่และลูกค้าประจำจะเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดของธุรกิจได้อย่างง่ายดาย

 

 

นอกจากข้อดีที่ลูกค้าจะได้รับจากการใช้เครื่องมือ Loyalty Program แบบออนไลน์แล้ว ทางด้านของธุรกิจเองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความยากในการใช้งาน เพราะ PointSpot ระบบสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร ที่ธุรกิจสามารถล็อกอินใช้งานผ่าน Browser บนคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนได้เลย โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเสริม พร้อมฟีเจอร์ครบครัน สะดวกต่อการให้พอยท์กับลูกค้า จัดการของรางวัลและรายชื่อลูกค้า สร้างและส่งคุปองพร้อมบัตรกำนัลต่าง ๆ ตลอดจนมีรายงานผลการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ และ Customer Insight สำหรับนำไปใช้ปรับปรุงต่อยอดแผนการตลาดให้ดียิ่งขึ้นได้ทันที

 

 

เริ่มต้นกิจกรรมพัฒนาความภักดีที่ดึงดูดลูกค้า ไปพร้อม ๆ กับการสร้างฐานลูกค้าประจำ และทำยอดขายให้ธุรกิจจากการที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้อย่างยั่งยืน ด้วยเครื่องมือ Loyalty Program ออนไลน์จาก PointSpot เพื่อธุรกิจยุคดิจิทัล เริ่มใช้ฟรีได้เลยวันนี้ คลิกสมัครเลย!

 

สมัครใช้งานฟรี! PointSpot ระบบบัตรสมาชิกสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร

หากต้องการเครื่องมือ Loyalty Program ออนไลน์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวข้างต้น แนะนำให้สมัครใช้งาน PointSpot ซึ่งมีฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้ม คูปองโปรโมชั่นบัตรสมาชิกดิจิทัล Gift Voucher ออนไลน์ และ Loyalty Program   อื่น ๆ คลิกที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อลงทะเบียนใช้งานฟรี!

PointSpot ระบบบัตรสมาชิกสะสมแต้มด้วยเบอร์โทร เพิ่มยอดขาย เพิ่มลูกค้าประจำ ด้วย Loyalty Program และคูปองโปรโมชั่น ใช้งานง่าย ไม่ต้องพกบัตร ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัลในการทำ CRM ช่วยสร้างการซื้อซ้ำ และจดจำแบรนด์